Share

สมาคมอสังหาริมทรัพย์จังหวัดสงขลา จัดสัมมนาเรื่อง “รับมือภาษีที่ดิน&มรดก ปี58”

IMG_9999-procover

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2557 ที่ผ่านมาทางสมาคมอสังหาริมทรัพย์จังหวัดสงขลา จัดสัมมนาเรื่อง “รับมือภาษีที่ดิน&มรดก ปี58”  วิทยากรโดย คุณพรนริศ ชวนไชยสิทธิ์ นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย กรรมการผู้จัดการ บจก. พรไพลิน กรุ๊ป และคุณเลิศมงคล วราเวณุชย์ อุปนายกและเลขาธิการสมาคมฯ กรรมการบริหาร บจก. บิ๊กทรี แอสเสท

หลักจากรัฐบาลภายใต้การบริหารโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สั่งลุยภาษีที่ดินและภาษีมรดก ทำให้ระยะเวลาที่ผ่านมาสื่อต่างๆ พุ่งเปิดประเด็นเจาะลึกกันทุกสำนัก เพิ่มดีกรีความร้อนแรงให้กับทั้ง 2 ภาษี อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งประเด็นที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย สมาคมอสังหาริมทรัพย์จังหวัดสงขลาจึงได้จัดงานสัมมนาเรื่อง “รับมือภาษีที่ดิน&มรดก ปี58” คลายประเด็นร้อนที่ทุกคนอยากรู้ ภาษีมรดกเป็นมาอย่างไร แนวทางการปฏิรูปโครงสร้างภาษีใหม่ใครได้รับผลกระทบ ซึ่ง เป็นเรื่องที่ทุกคนควรรู้ลึกรู้จริง “ภาษีมรดกใหม่” ทุกแง่มุม ล้วงลึกผู้รับมรดก ต้องเสียภาษีอย่างไร คิดฐานภาษีจากไหน อัตราภาษีใหม่ ผู้รับมรดกจะต้องแบกรับภาระภาษีมรดกเท่าใด เจาะลึกผลกระทบต่อผู้ถือครองที่ดิน อสังหาริมทรัพย์ และ ทรัพย์สินประเภทต่าง ๆ จะบริหารจัดการอย่างไรไม่ให้ส่งผลต่อ ลูกหลาน การปฏิรูประบบภาษีมรดกจะส่งผลกระทบต่อราคาที่ดิน อสังหาริมทรัพย์อย่างไร ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ต้อง ปรับตัวเช่นไร ในอนาคตทิศทางการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ใน ประเทศไทยจะเป็นอย่างไร

นางสาวศิริวรรณ ผ่องเสริมสุข นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ จังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า ภาษีที่ดิน-มรดก เป็นเรื่องที่ใกล้ตัวทุกคน และได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีแล้วนั้น เชื่อแน่ว่าจะมีผลบังคับใช้ทันทีในปี 2558 นี้ ส่วนภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างยังไม่มีความชัดเจน แต่มีแนวโน้มว่ารัฐบาลภายใต้การบริหารโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะสามารถผ่านร่างกฎหมายพร้อมออกบังคับใช้เช่นกัน ซึ่งในส่วนของภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างอาจจะต้องใช้เวลายาวนานกว่าภาษีมรดกที่มีความชัดเจนไปก่อนหน้านี้ การจัดงานสัมมนา “รับมือภาษีที่ดิน&มรดก ปี58” จึงเป็นประโยชน์ต่อ ผู้ประกอบการด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และประชาชนทั่วไปในจังหวัดสงขลา ที่จะได้รับความกระจ่างในเรื่องภาษีที่ดินและมรดกที่มีแนวโน้มออกมาใช้จริงในปี 2558 ที่จะถึงนี้

ด้านผลกระทบที่จะเกิดขึ้นโดยเฉพาะกลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ผู้ประกอบการจำเป็นจะต้องคิดและวางแผนการทำงานให้มีความกระชับและรวดเร็วยิ่งขึ้น เนื่องจากการถึอครองที่ดินไว้จำนวนมากและเก็บไว้เป็นเวลานานก่อนนำออกมาพัฒนานั้นจะไม่เป็นผลดีในเรื่องภาษีที่จะเพิ่มขึ้นเช่นกัน ส่งผลให้ต้นทุนที่ดินพุ่งสูงขึ้นในการพัฒนาของแต่ละโครงการ ราคาขายก็จะขยับเพิ่มขึ้นทำให้ภาระตกไปอยู่ที่ผู้ซื้ออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ผู้ประกอบการจึงต้องปรับเปลี่ยนการซื้อที่ดินเข้าเก็บในลักษณะการถือครองระยะสั้นแล้วจึงนำมาพัฒนาในรูปแบบต่างๆ ต่อไป

สำหรับภาษีทั้ง 2 ประเภทที่รัฐบาลผลักดันให้ออกบังคับใช้จริง มองว่ากระทบกับความเป็นอยู่และรายได้ของประชาชนทั่วไปไม่มากก็น้อย แต่ขออย่าได้ตื่นตระหนกมากเกินไป เพราะเชื่อว่าสุดท้ายแล้วรัฐบาลจะออกกฎระเบียบต่างๆ บนพื้นฐานความเหมาะสมในการจัดเก็บภาษีทั้งสองประเภทโดยผ่านการกลั่นกรองก่อนกำหนดใช้จริงในปี 2558 นี้ นางสาวศิริวรรณ กล่าวทิ้งท้าย

IMG_2098

IMG_2090

IMG_2115

Leave a Comment