26 C
Hat Yai
21 April 2019
หาดใหญ่โอเค
Image default

ศ.ดร.จรัส สุวรรณมาลา นายกสภา มรภ.สงขลา ชี้วิจัยยุค 4.0 ต้องตอบโจทย์ ใช้ประโยชน์ได้จริง!!

‘ศ.ดร.จรัส สุวรรณมาลา’ นายกสภา มรภ.สงขลา บรรยายพิเศษวิจัยยุค 4.0 ชี้ต้องตอบโจทย์ ใช้ประโยชน์ได้จริง ปรับจากพื้นฐานสู่การวิจัยประยุกต์

ศ.ดร.จรัส สุวรรณมาลา นายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา (มรภ.สงขลา) บรรยายพิเศษเรื่องวิจัยยุค 4.0 ให้แก่คณาจารย์และบุคลากร มรภ.สงขลา กว่า 200 คน ณ หอประชุมเฉลิมพระเกียรติฯ เมื่อเร็วๆ นี้ว่า วิจัยยุค 4.0 เป็นการวิจัยเพื่อสร้างสังคมแห่งความรู้ ฟื้นเศรษฐกิจด้วยฐานเศรษฐกิจใหม่ และ จัดระเบียบเศรษฐกิจสังคมใหม่ ซึ่งแตกต่างจากการวิจัยในอดีตที่วิจัยเพื่อเข้าใจธรรมชาติ ค้นหากฎธรรมชาติจากปรากฏการณ์รอบตัว นำมาสรุปเป็นทฤษฎีพื้นฐาน ถ่ายทอดประสบการณ์จากรุ่นสู่รุ่น ค้นหากฎธรรมชาติที่เป็นเส้นตรงชัดเจน แต่ปรากฏการณ์ธรรมชาติส่วนใหญ่ซับซ้อน สับสน มักไม่เป็นเส้นตรง ก็มักจะไม่ถูกนับเป็นกฎ กฎจึงมีจำนวนจำกัด มีแต่กฎพื้นๆ ตายตัว ไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้มากนัก

ศ.ดร.จรัส กล่าวว่า ผลการวิจัยที่ได้อาจใช้อธิบายปรากฏการณ์ได้ แต่ประยุกต์ใช้อย่างจิงจังไม่ได้ หรือใช้ได้น้อย เพราะเป็นความรู้ขั้นพื้นฐานมากเกินไป หรือเป็นการวิจัยตามความสนใจและตอบโจทย์ผู้วิจัย ไม่ได้คิดวางแผนที่จะให้ใครเอาไปใช้ประโยชน์มาตั้งแต่ต้น (ทำนองสร้างบ้านโชว์ ไม่ได้คิดจะให้ใครอยู่หรือซื้อไปใช้) หรือเป็นงานวิจัยที่เฉพาะเจาะจงมากเกินไป ผลงานวิจัยจึงใช้กับเรื่องทั่งไปไม่ได้ สรุปสั้นๆ ว่าที่ผ่านมาเรามักได้ยินคำวิพากษ์วิจารณ์กันว่า “การวิจัยเป็นเรื่องสิ้นเปลือง เปล่าประโยชน์ และอาจถึงกับเป็นเรื่องไร้สาระ ยกเว้นก็แต่นักวิจัยด้วยกันเอง”

การทำวิจัยในอนาคตนักวิจัยต้องทำวิจัยเพี่อตอบโจทย์ของคนอื่น ไม่ใช่วิจัยตามใจชอบของตัวเองหรือวิจัยเพื่อโชว์ และไม่ใช่วิจัยเพื่อการตีพิมพ์เอาผลงานหรือแค่ได้ KPI แต่ต้องวิจัยเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง นอกจากนั้น ต้องก้าวจากพื้นฐานสู่การวิจัยประยุกต์ และต้องมีพาร์ทเนอร์ (partners) เมื่อก่อนนักวิจัยเท่านั้นที่สำคัญที่สุด แต่การวิจัยยุคใหม่นักวิจัยต้องมีพาร์ทเนอร์ ซึ่งมีความสำคัญไม่น้อยกว่าตัวจริง หรืออาจสำคัญมากกว่านักวิจัยเสียอีก พาร์ทเนอร์ที่ว่านี้หมายถึงผู้ใช้ประโยชน์จากงานวิจัย ซึ่งเป็นเจ้าของโจทย์วิจัย หรือผู้ที่จะร่วมลงทุนหรือให้กู้ หรือผู้ให้ทุนทำวิจัยซึ่งอาจเป็นองค์กรภาครัฐก็ได้

 “ยังมีเรื่องที่ต้องทำวิจัยอีกมากมาย เช่น พัฒนาแอพลิเคชั่น พัฒนาระบบมาตรฐานผลิตภัณฑ์ด้านต่างๆ หรือแม้แต่วิจัยเรื่องความปลอดภัย เครื่องมือตรวจวัด รับรองคุณภาพผลิตภัณฑ์ มลภาวะและคุณภาพสิ่งแวดล้อม สำรวจมาตรฐานผลิตภัณฑ์ วิจัยกระบวนการผลิต ความต้องการของผู้บริโภค (ตลาด) เหล่านี้เป็นต้น”

ประการสำคัญ คือ ฟื้นการวิจัยในมหาวิทยาลัย กล่าวคือ ต้องจัดการงานวิจัยใหม่ มหาวิทยาลัยในอนาคตต้องสร้างตลาดความรู้ที่ผลิตขึ้นมาเอง ตลาดความรู้ที่ว่านี้หมายถึงแหล่งที่ผู้ผลิต ผู้ซื้อ ผู้ให้ทุนมาพบกัน ออกแบบงานวิจัยร่วมกัน เพื่อนำผลการวิจัยไปใช่ให้เกิดประโยชน์ได้จริง และมหาวิทยาลัยควรจัดเวทีหรือพื้นที่ (plate form) ให้ผู้ผลิต ผู้ซื้อ ผู้ร่วมลงทุน/ให้ทุนมาพบกัน โดยจัดการคลัสเตอร์ (cluster) หลายๆ ครั้ง ถึงเวลาต้องเปลี่ยนแปลงด้วยงานวิจัยยุคใหม่ ต้องสร้างสังคมแห่งความรู้จริงๆ ก้าวผ่านสังคมขาดเหตุผล พึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์พึ่งผู้มีบารมี พึ่งนักการเมือง ไปสู่สังคมที่มีเหตุผล พึ่งตัวเองดีที่สุด ต้องฟื้นเศรษฐกิจ ไม่ติดอยู่กับระบบรับจ้างผลิต ด้วยการสร้างฐานเศรษฐกิจใหม่ ต้องจัดระบบเศรษฐกิจสังคมใหม่ด้วยตลาดแบบใหม่ เมืองสมัยใหม่ การศึกษาและการสร้างพลเมืองยุคใหม่ และการเมืองแบบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง

ข่าวเกี่ยวข้อง

เข้าสู่ระบบ

X

สมัครสมาชิก