หาดใหญ่โอเค
Image default

ปลัดสำนักนายกฯ ลงพื้นที่ จ.สงขลา เปิดสัมมนาคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัด และที่ปรึกษาผู้ตรวจราชการภาคประชาชนในกลุ่มจังหวัดเขตตรวจราชการที่ 8

ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ จ.สงขลา เปิดสัมมนาคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัด และที่ปรึกษาผู้ตรวจราชการภาคประชาชนในกลุ่มจังหวัดเขตตรวจราชการที่ 8 ย้ำ ก.ธ.จ. มีบทบาทสำคัญในการสอดส่องการบริหารจัดการบ้านเมืองที่ดีในแต่ละพื้นที่

วันนี้ (29 มิ.ย. 60) เวลา 09.30 น. ที่โรงแรมบุรีศรีภูฯ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา นายจิรชัย มูลทองโร่ย ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิด “การสัมมนาคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัด และที่ปรึกษาผู้ตรวจราชการภาคประชาชนในกลุ่มจังหวัดเขตตรวจราชการที่ 8” โดยมี นายอนุชิต ตระกูลมุทุตา รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ร่วมให้การต้อนรับ และมีผู้ที่เกี่ยวข้องจาก 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประกอบด้วย จังหวัดสงขลา , สตูล , ปัตตานี , ยะลา และนราธิวาส เข้าร่วมสัมมนาโดยพร้อมเพรียงกัน

นายจิรชัย มูลทองโร่ย ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลได้เน้นย้ำให้ทุกภาคส่วนเร่งบูรณาการการทำงาน และร่วมกันติดตามผลการดำเนินงานไปด้วยกัน สำหรับ ก.ธ.จ. มีบทบาทเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามนโยบายของรัฐบาลในการเดินหน้าพัฒนาประเทศ จึงฝากเน้นย้ำในเรื่องการหารือแนวทางการปฏิบัติของ ก.ธ.จ. เมื่อครบไตรมาส ผู้ตรวจราชการจะลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงาน จึงอยากให้ ก.ธ.จ. มีการนำเสนองานที่ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ก.ธ.จ. มีหน้าที่ติดตามแผนงาน ใน 4 ส่วน คือ แผนงานโครงการของราชการส่วนกลาง , แผนงานโครงการราชการของส่วนภูมิภาค , รัฐวิสาหกิจ เช่น การประปาส่วนภูมิภาค , การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ฯลฯ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยให้ติดตามในแต่ละโครงการฯ ว่ามีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในการดำเนินโครงการฯ หรือไม่ พร้อมการติดตามระหว่างการดำเนินโครงการฯ โดยเฉพาะที่สำคัญที่สุด คือการติดตามผลการดำเนินงานของโครงการฯ ว่ามีความโปร่งใส สัมฤทธิผลหรือไม่ อย่างไร เนื่องจากในปีนี้รัฐบาลมีการจัดสรรงบประมาณมายังกลุ่มจังหวัดและแต่ละจังหวัด เป็นจำนวนมาก เพราะรัฐบาลมีความมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหา พร้อมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชนในแต่ละพื้นที่อย่างแท้จริง ทั้งนี้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีนโยบายให้ทุกหน่วยงานภาครัฐ จะต้องมีการจัดตั้งศูนย์ข้อมูลข่าวสารราชการอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อความโปร่งใสในการตรวจสอบการทำงานอีกด้วย

ด้าน นายสุรศักดิ์ เรียงเครือ ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เขต 8 และ 16 เปิดเผยว่า สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีได้จัดทำโครงการสัมมนาคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัด (ก.ธ.จ.) และที่ปรึกษาผู้ตรวจราชการภาคประชาชนในกลุ่มจังหวัดเขตตรวจราชการที่ 8 ในครั้งนี้ เพื่อกำหนดแนวทางในการดำเนินงานร่วมกันทั้งในส่วนของ ก.ธ.จ. และที่ปรึกษาผู้ตรวจราชการภาคประชาชนในแต่ละจังหวัด สร้างความเข้มแข็งขององค์กร เพื่อให้เกิดความตระหนักในภารกิจที่รับผิดชอบในลักษณะจิตอาสา ตลอดจนเพื่อให้การปฏิบัติงานตามอำนาจหน้าที่ของ ก.ธ.จ. และที่ปรึกษาผู้ตรวจราชการภาคประชาชน สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนางานให้เกิดประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ การจัดสัมมนาดังกล่าว ได้กำหนดจัดในลักษณะกลุ่มจังหวัด 18 กลุ่มจังหวัด รวม 17 ครั้ง ในช่วงเดือนมีนาคม-มิถุนายน 2560 ซึ่งการจัดสัมมนาในครั้งนี้ เป็นการจัดในกลุ่มจังหวัดของเขตตรวจราชการที่ 8 ได้แก่ จังหวัดยะลา นราธิวาส ปัตตานี สตูล และสงขลา โดยดำเนินการจัดสัมมนาระหว่างวันที่ 28-29 มิถุนายน 2560 มีผู้เข้าร่วมสัมมนาฯ ประกอบด้วย ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี , กรรมการ ก.ธ.จ. , ที่ปรึกษาผู้ตรวจราชการภาคประชาชน , ที่ปรึกษา ก.ธ.จ. , ฝ่ายเลขานุการ ก.ธ.จ. และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งสิ้นจำนวน 120 คน

สำหรับเนื้อหาของการสัมมนา เป็นการอภิปราย การบรรยาย และแบ่งกลุ่มย่อย การสัมมนาในวันนี้ (29 มิ.ย. 60) ซึ่งเป็นวันที่ 2 ของการสัมมนาฯ ในช่วงเช้า จะเป็นการประชุมกลุ่มย่อยของ ก.ธ.จ. และที่ปรึกษาผู้ตรวจราชการภาคประชาชน เพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น , ประสบการณ์ รวมทั้งปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะในการปฏิบัติงานร่วมกัน ส่วนภาคบ่าย จะเป็นการบรรยายเรื่อง “ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แผนพัฒนาจังหวัด/กลุ่มจังหวัด และโครงการภายใต้การสร้างความเข้มแข็งและยั่งยืนให้กับเศรษฐกิจภายในประเทศ (Local Economy)” โดยนางสาวลดาวัลย์ คำภา รองเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

ณชทิพากร กาญจนแก้ว / ข่าว-ภาพ สวท.สงขลา 29 มิ.ย. 60

ข่าวเกี่ยวข้อง

เข้าสู่ระบบ

X

สมัครสมาชิก