26 C
Hat Yai
21 April 2019
หาดใหญ่โอเค

ธปท. ภาคใต้ เผยภาวะเศรษฐกิจและการเงินภาคใต้ ไตรมาส 3 ปี 2561

วันนี้ (2 พฤศจิกายน 2561) ที่สถานสวัสดิสงเคราะห์ ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคใต้ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคใต้ “แถลงข่าวภาวะเศรษฐกิจและการเงินภาคใต้ ไตรมาส 3 ปี 2561” และแนวโน้ม โดยมี นายสันติ รังสิยาภรณ์รัตน์ ผู้อำนวยการอาวุโส ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคใต้ พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนสื่อมวลชนทุกแขนงเข้าร่วมรับฟังโดยพร้อมเพรียงกัน

นายสันติ รังสิยาภรณ์รัตน์ ผู้อำนวยการอาวุโส ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคใต้ กล่าวว่า ภาวะเศรษฐกิจภาคใต้ไตรมาสที่ 3 ปี 2561 ขยายตัวจากระยะเดียวกันปีก่อน แต่ชะลอลงจากไตรมาสก่อน โดยมูลค่าการส่งออกสินค้าสำคัญภาคใต้หดตัวจากผลของราคาที่ลดลงเป็นสำคัญ สำหรับการผลิตภาคอุตสาหกรรมลดลง ขณะเดียวกันผลผลิตภาคเกษตรชะลอตัว และราคายังอยู่ในระดับต่ำ ส่งผลให้รายได้เกษตรกรยังหดตัวต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การบริโภคภาคเอกชนชะลอตัว สำหรับการท่องเที่ยว ชะลอตัวจากนักท่องเที่ยวจีนที่ลดลง ผลกระทบจากเหตุการณ์เรือนักท่องเที่ยวล่มที่ จ.ภูเก็ต อย่างไรก็ดี การลงทุนภาครัฐและภาคเอกชนขยายตัว ส่วนหนึ่งเป็นผลจากภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ขยายตัว ด้านเสถียรภาพ เศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นจากราคาพลังงาน ขณะที่อัตราการว่างงานหลังปรับฤดูกาลลดลงจากไตรมาสก่อน

รายละเอียดของภาวะเศรษฐกิจภาคใต้มีดังนี้

จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติขยายตัวจากระยะเดียวกันปีก่อนร้อยละ 11.4 ชะลอลงจากไตรมาสก่อน เป็นผลจากจำนวนนักท่องเที่ยวจีนและรัสเซียที่ลดลง ผลกระทบเหตุการณ์เรือนักท่องเที่ยวล่มที่ จ.ภูเก็ต เมื่อเดือนกรกฎาคม 2561 และเงินรูเบิลรัสเซียอ่อนค่าหลังจากมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจจากสหรัฐฯ อย่างไรก็ดี นักท่องเที่ยวมาเลเซีย เอเชียอื่น ๆ (ไม่รวมจีน) และยุโรป ขยายตัว หากพิจารณาตามพื้นที่ การท่องเที่ยวขยายตัวในภาคใต้ชายแดน ขณะที่ในฝั่งอันดามันชะลอลงมาก ส่วนฝั่งอ่าวไทยหดตัว

มูลค่าการส่งออกเพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันปีก่อนร้อยละ 2.5 และหากไม่รวมหมวดอากาศยาน เรือ แท่น และรถไฟ การส่งออกลดลงร้อยละ 5.5 จากปัจจัยด้านราคาเป็นสำคัญ โดยมูลค่าลดลงในทุกหมวดสินค้า สำคัญภาคใต้ ขณะเดียวกันการผลิตภาคอุตสาหกรรมหดตัวร้อยละ 3.0 โดยการผลิตยางพาราแปรรูปหดตัว ผลกระทบจากสงครามทางการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ ส่งผลต่อความเชื่อมั่นและความต้องการใช้ยางของคู่ค้า สำหรับการผลิตอาหารทะเลแช่เย็นแช่แข็งและแปรรูปลดลงจากปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบและการสูญเสีย ความสามารถในการแข่งขัน การผลิตน้ำมันปาล์มดิบลดลงตามวัตถุดิบที่ลดลง ส่วนการผลิตไม้ยางและผลิตภัณฑ์  หดตัวจากผลของการเข้มงวดเรื่องการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมของรัฐบาลจีน อย่างไรก็ดี การผลิตถุงมือยางและอาหาร ทะเลกระป๋องยังขยายตัวต่อเนื่อง ตามความต้องการของคู่ค้า

ผลผลิตเกษตรขยายตัวจากระยะเดียวกันปีก่อนร้อยละ 4.0 ชะลอลงจากไตรมาสก่อน โดยผลผลิตปาล์มน้ำมันลดลงเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง ผลผลิตกุ้งขาวลดลงตามการลงลูกกุ้งที่ลดลงในช่วงก่อนหน้า ขณะที่ผลผลิตยางยังขยายตัว ตามพื้นที่เปิดกรีดใหม่และสภาพอากาศเอื้ออำนวยด้านราคาสินค้าเกษตร สำคัญภาคใต้หดตัวร้อยละ 16.5 โดยราคายางพาราลดลง ผลกระทบจากสงครามทางการค้าระหว่างจีนและ สหรัฐฯ และสต็อกยางเซี่ยงไฮ้อยู่ในระดับสูง ขณะเดียวกันราคากุ้งขาวลดลงตามปริมาณอุปทานในตลาดโลกที่ เพิ่มขึ้นมากโดยเฉพาะจากอินเดีย ราคาปาล์มน้ำมันลดลงสอดคล้องกับทิศทางราคาน้ำมันปาล์มดิบในตลาดโลก ประกอบกับสต็อกน้ำมันปาล์มดิบไทยยังคงอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้รายได้เกษตรกรหดตัวร้อยละ 13.2

เครื่องชี้การอุปโภคบริโภคภาคเอกชนขยายตัวจากระยะเดียวกันปีก่อนร้อยละ 0.6 ชะลอลงจากไตรมาสก่อน ตามการใช้จ่ายสินค้าอุปโภคบริโภคและหมวดยานยนต์ โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์และรถกระบะที่ลดลง ส่วนหนึ่งเป็นผลจากรายได้เกษตรกรที่หดตัวต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี ได้รับปัจจัยบวกจากการใช้จ่ายในหมวด สินค้ากึ่งคงทน โดยเฉพาะเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก และหมวดบริการที่เกี่ยวเนื่องกับท่องเที่ยวที่ยังขยายตัว

เครื่องชี้การลงทุนภาคเอกชนขยายตัวจากระยะเดียวกันปีก่อนร้อยละ 2.0 ตามมูลค่าการจำหน่าย เครื่องจักรในประเทศที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะวัสดุและอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับงานก่อสร้าง ประกอบกับพื้นที่ได้รั อนุญาตก่อสร้างเพื่อที่อยู่อาศัยและเพื่อการบริการในหมวดโรงแรมเพิ่มขึ้นเช่นกัน อย่างไรก็ตาม การน าเข้าสินค้า ทุนหดตัว

การใช้จ่ายภาครัฐขยายตัวจากระยะเดียวกันปีก่อนร้อยละ 3.5 โดยเพิ่มขึ้นจากรายจ่ายลงทุนที่ ขยายตัวร้อยละ 19.8 ตามการเบิกจ่ายเพิ่มขึ้นในหมวดที่ดินและสิ่งก่อสร้าง หมวดครุภัณฑ์ และหมวดเงินอุดหนุนเฉพาะกิจ ขณะที่รายจ่ายประจำลดลงร้อยละ 5.3 ตามการเบิกจ่ายลดลงในหมวดเงินอุดหนุนทั่วไป ผลจากฐานสูงในปีก่อนที่มีโครงการพัฒนาภาคการเกษตร

เสถียรภาพเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ร้อยละ 1.51 เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 1.13 ในไตรมาสก่อน เป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก สำหรับอัตราการว่างงานหลังปรับฤดูกาลอยู่ที่ร้อยละ 1.2 ลดลงจากไตรมาสก่อน ตามการลดลงของผู้ว่างงานที่ไม่เคยทำงานมาก่อน

ณ  สิ้นไตรมาสที่ 3 ปี 2561 เงินฝากทั้งระบบเพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันปีก่อนร้อยละ 4.3 จากเงิน ฝากประเภทออมทรัพย์ ประจำ และสลากออมทรัพย์ ด้านสินเชื่อคงค้างทั้งระบบเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.1 ตามการ ขยายตัวของสินเชื่อของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ (SFIs) โดยเฉพาะสินเชื่อระยะยาวที่ให้แก่เกษตรกรโดยตรง และสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยเพื่อรายย่อย อย่างไรก็ตาม สินเชื่อของธนาคารพาณิชย์หดตัวตามสินเชื่อประเภทตั๋วเงิน

ข่าวเกี่ยวข้อง

เข้าสู่ระบบ

X

สมัครสมาชิก